สิวอักเสบเกิดจากอะไร? พร้อมแจกทริครักษาสิวแบบได้ผลจริง

สิวอักเสบเกิดจาก

สิวอักเสบเกิดจากหลายปัจจัยที่น้อง ๆ อาจมองข้ามไป ไม่ได้เกิดจากความสกปรกหรือฮอร์โมนเพียงอย่างเดียว สิวอักเสบเกิดจากทั้งการอุดตัน การอักเสบของผิว และพฤติกรรมการใช้ชีวิต จนทำให้สิวขึ้นซ้ำไม่จบ น้อง ๆ หลายคนพยายามหาวิธีจัดการสิวแล้ว แต่พอเลือกแนวทางผิด ๆ เช่น การบีบสิวออกด้วยตัวเอง พี่เภสัชบอกเลยว่าวิธีนี้อ่อมมาก ทำหน้าพังจุดเดียวไม่พอยังเสี่ยงทำให้สิวเห่อไปยังจุดอื่นอีก บอกเลยว่าอย่าหาทำนะคะ น้อง ๆ

เพราะแบบนี้ พี่เภสัชจึงจะมาชวนน้อง ๆ มาทำความเข้าใจต้นตอของปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน เพื่อเลือกแนวทางรักษาสิวอักเสบให้ตรงจุดมากขึ้น เมื่อเข้าใจสาเหตุที่แท้จริงแล้ว ก็จะช่วยให้น้อง ๆ ดูแลผิวได้อย่างเหมาะสม ช่วยลดสิวอักเสบได้ตรงจุดและมีผิวสวยแบบยืนหนึ่งได้ไม่ยากค่ะ

KEY TAKEAWAY

    • สิวอักเสบเกิดจากการอุดตันของน้ำมันและเซลล์ผิวร่วมกับการติดเชื้อแบคทีเรีย ลักษณะของสิวอักเสบมีหลายระดับ ตั้งแต่ตุ่มนูนแดงไปจนถึงสิวหัวช้าง ซึ่งต้องการการดูแลและระยะเวลาในการรักษาที่ต่างกันออกไป
    • การใช้เจลแต้มสิวสูตรอ่อนโยนที่มีส่วนผสมของ Encapsulated BHA จะช่วยลดการอุดตันและช่วยให้สิวยุบตัวได้โดยไม่ทำให้ผิวระคายเคืองค่ะ
    • พฤติกรรมในชีวิตประจำวันอย่างการรักษาความสะอาดผิวหน้าและการไม่บีบสิวเอง เป็นพื้นฐานสำคัญที่ช่วยลดวงจรการเกิดสิวซ้ำซากค่ะ
    • หากมีอาการอักเสบรุนแรงหรือสิวขึ้นเป็นก้อนใหญ่ พี่เภสัชแนะนำให้ปรึกษาแพทย์เพื่อรับการรักษาสิวอักเสบอย่างถูกต้องและลดความเสี่ยงการเกิดหลุมสิวค่ะ
สารบัญบทความ

สิวอักเสบคืออะไร? รู้จักภัยร้ายที่ทำให้ผิวพังเสียเซลฟ์

สิวหัวหนองเกิดจาก

สิวอักเสบ คือปัญหาผิวที่เกิดจากกระบวนการอักเสบภายในรูขุมขน ทำให้ผิวบริเวณนั้นบวมแดง เจ็บ และมองเห็นชัดเจนกว่าสิวทั่วไป โดยสิวอักเสบเกิดจากการเปลี่ยนแปลงภายในผิวจนทำให้สิวพัฒนาไปสู่ระยะที่รุนแรงขึ้นค่ะ ลักษณะของสิวอักเสบมักพบได้หลายแบบ เช่น สิวอักเสบหัวหนองที่มีหัวสีขาวหรือเหลือง และ สิวอักเสบแดงเป็นก้อนที่อยู่ลึกใต้ผิว จับแล้วเจ็บและใช้เวลานานกว่าจะยุบค่ะ สิวอักเสบมักสร้างความรำคาญใจและดูแลยากกว่าสิวอุดตันทั่วไป เพราะเป็นสิวอักเสบที่มีการอักเสบจริงภายในผิว ซึ่งหากดูแลไม่ถูกวิธี อาจลุกลามหรือทิ้งร่องรอยไว้ได้ค่ะ

สิวอักเสบเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง?

สิวอักเสบเกิดจากหลายปัจจัยที่ทำงานร่วมกัน ไม่ได้มีสาเหตุเดียวแบบตายตัวค่ะ การเข้าใจภาพรวมของต้นตอเหล่านี้จะช่วยให้น้อง ๆ รับมือกับปัญหาสิวอักเสบได้ตรงจุดมากขึ้นค่ะ โดยสิวอักเสบเกิดจากอะไร พี่เภสัชสรุปสาเหตุหลัก ๆ ที่พบบ่อยไว้ดังนี้ค่ะ

    • การอุดตันภายในรูขุมขน เมื่อไขมัน เซลล์ผิวที่ตายแล้ว และสิ่งสกปรกสะสมในรูขุมขน จะทำให้เกิดแรงกดภายในผิว เกิดเป็นสิวอุดตัน แต่หากทิ้งไว้ ไม่รักษา มีโอกาสที่สิวจะพัฒนาเป็นสิวอักเสบ และเห็นเป็นตุ่มแดงหรือหนองค่ะ
    • การเพิ่มจำนวนของเชื้อแบคทีเรียบนผิว ภาวะอุดตันทำให้สภาพแวดล้อมในรูขุมขนเหมาะต่อการเจริญของเชื้อแบคทีเรีย ส่งผลให้สิวอักเสบมีการอักเสบ บวม และเจ็บมากขึ้นค่ะ
    • การผลิตน้ำมันของผิวมากเกินไป ผิวที่มีความมันสูงจะเพิ่มโอกาสเกิดสิวอักเสบได้ง่าย เพราะน้ำมันเป็นตัวพาให้สิ่งอุดตันสะสมและกระตุ้นการอักเสบค่ะ
    • การผลัดเซลล์ผิวที่ไม่สมดุล หากเซลล์ผิวหลุดลอกไม่สมดุล จะเกิดการสะสมในรูขุมขน ทำให้สิวอักเสบเกิดซ้ำได้ง่าย และบางครั้งเริ่มจากสิวเล็ก ๆ อย่างสิวเสี้ยนก่อนจะลุกลามค่ะ
    • การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เหมาะกับผิว ผลิตภัณฑ์บางชนิดอาจกระตุ้นให้ผิวอ่อนแอลง เช่น การใช้สครับผิวส่งผลให้สิวอักเสบกำเริบหรือหายช้ากว่าปกติค่ะ

นอกจากนี้ข้อสงสัยที่ว่า สิวอุดตันเกิดจากอะไร? สิวอุดตันมักเริ่มมาจากไขมันและเซลล์ผิวสะสมในรูขุมขน และเมื่อมีการอักเสบตามมา ก็จะพัฒนาไปเป็นสิวอักเสบที่ดูแลยากขึ้นนั่นเองค่ะ

ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบมีอะไรบ้าง?

นอกจากสาเหตุพื้นฐานแล้ว น้อง ๆ ทราบไหมคะว่าพฤติกรรมบางอย่างก็ทำให้สิวอักเสบ เกิดจากปัจจัยกระตุ้นรอบตัวได้ค่ะ การที่สิวอักเสบเกิดจากสิ่งกระตุ้นเหล่านี้จะยิ่งทำให้สิวอักเสบลุกลามไปเป็นสิวหัวหนอง ได้ง่ายขึ้นค่ะ ปัจจัยที่กระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบ เช่น

    • ความผันผวนของฮอร์โมน ในช่วงวัยรุ่นหรือช่วงก่อนมีรอบเดือน เป็นปัจจัยที่ทำให้เกิดสิวอักเสบและอาจพัฒนาไปเป็นสิวเม็ดใหญ่ไม่มีหัวที่มีความเจ็บปวดและบวมแดงมากกว่าปกติค่ะ
    • พฤติกรรมการพักผ่อนและความเครียด การนอนดึกและความเครียดสะสมส่งผลให้ร่างกายอ่อนแอจนสิวอักเสบเกิดจากการอักเสบภายในที่รุนแรง และทำให้สิวอักเสบปะทุขึ้นมาบนใบหน้าได้ง่ายค่ะ
    • การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ดูแลผิว การใช้สกินแคร์หรือครีมกันแดดที่อุดตันรูขุมขนและล้างออกไม่สะอาด คือสาเหตุที่ทำให้สิวอักเสบเกิดจากสิ่งสกปรกสะสมจนกลายเป็นสิวหัวหนองในที่สุดค่ะ
    • การสัมผัสใบหน้าบ่อยเกินไป การแคะ แกะ หรือสัมผัสใบหน้าด้วยมือที่ไม่สะอาด จะกระตุ้นให้เกิดสิวอักเสบเพิ่มขึ้น และอาจทำให้กลายเป็นสิวเม็ดใหญ่ไม่มีหัวที่ทิ้งรอยแผลเป็นไว้นานกว่าเดิมค่ะ
    • มลภาวะและสภาพอากาศ ฝุ่นควันที่น้อง ๆ ต้องเจอในแต่ละวันจะเข้าไปจับตัวกับน้ำมันบนผิวและอุดตันรูขุมขน จนเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้สิวอักเสบเกิดการติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนที่รุนแรงค่ะ

สิวอักเสบมีกี่ประเภท?

สิวหัวหนอง

สิวอักเสบไม่ได้มีลักษณะเหมือนกันทั้งหมด แต่จะแตกต่างกันตามระดับความลึกและความรุนแรงของการอักเสบค่ะ การรู้จักประเภทของสิวอักเสบจะช่วยให้น้อง ๆ ประเมินอาการได้ง่ายขึ้น ว่าสิวอักเสบเกิดจากลักษณะใดและควรดูแลอย่างไรค่ะ ประเภทของสิวอักเสบแบ่งออกเป็น 5 ประเภท ได้แก่

สิวหัวหนอง (Pustules)

เมื่อการอักเสบเริ่มขยายวงกว้างจะกลายเป็นสิวหัวหนอง ที่เห็นเป็นจุดสีขาวหรือเหลืองชัดเจนอยู่ตรงกลางของสิวอักเสบค่ะ ภายในจะประกอบด้วยเม็ดเลือดขาวที่ตายแล้วและเชื้อแบคทีเรีย น้อง ๆ ห้ามบีบ สิวหัวหนองเองเด็ดขาดเพราะจะทำให้เกิดการติดเชื้อซ้ำซ้อนและทิ้งรอยสิวไว้ได้ง่ายมากค่ะ

สิวชนิดตุ่มนูนแดง (Papules)

สิวอักเสบชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นตุ่มสีแดงขนาดเล็กและมักจะไม่มีหัวให้เห็นชัดเจนในช่วงแรกค่ะ น้อง ๆ จะรู้สึกเจ็บเล็กน้อยเมื่อสัมผัสโดนบริเวณที่เป็นสิวอักเสบ ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างอ่อนโยนก็อาจจะพัฒนาไปเป็นสิวเม็ดใหญ่ไม่มีหัวที่อักเสบมากกว่าเดิมได้ค่ะ

สิวหัวช้าง (Acne Conglobata)

สิวหัวช้างเป็นสิวที่มีการอักเสบขั้นรุนแรง โดยจะมีหลายเม็ดรวมตัวกันเป็นก้อนใหญ่ใต้ผิวหนังจนกลายเป็นสิวอักเสบที่น่ากลัวค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่มักจะเริ่มมาจากสิวอุดตันหัวปิด ที่มีการอักเสบต่อเนื่องจนลุกลามไปหากัน พี่เภสัชแนะนำว่ากรณีนี้ควรให้แพทย์คอยดูแลเพื่อหาทางรักษาอย่างถูกต้องค่ะ

สิวอักเสบแดงเป็นก้อน (Nodules)

สิวอักเสบแดงเป็นก้อนเป็นสิวอักเสบที่มีขนาดใหญ่และแข็งเป็นไตอยู่ใต้ชั้นผิวหนัง ซึ่งมักจะเป็นสิวเม็ดใหญ่ไม่มีหัวที่สร้างความเจ็บปวดอย่างมากค่ะ เนื่องจากตัวของสิวอักเสบอยู่ลึกลงไปในชั้นผิว การทายาภายนอกเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอและอาจทำให้เกิดรอยสิวที่ลึกและรักษายากตามมาได้ค่ะ

สิวซีสต์ (Cysts)

สิวซีสต์มีลักษณะคล้ายถุงน้ำใต้ผิวหนังที่มีการอักเสบปนหนองและเลือดปะปนอยู่ภายใน ซึ่งถือเป็นสิวอักเสบที่มีความรุนแรงสูงที่สุดชนิดหนึ่งค่ะ หากน้อง ๆ พยายามกดออกเองจะยิ่งกระตุ้นให้สิวอักเสบแตกตัวอยู่ใต้ผิวและทำลายเนื้อเยื่อรอบข้างจนกลายเป็นหลุมสิวขนาดใหญ่ในอนาคตได้ค่ะ

ระดับความรุนแรงของสิวอักเสบเป็นอย่างไร

สิวอักเสบเกิดจากกระบวนการอักเสบที่มีระดับไม่เท่ากันในแต่ละคนค่ะ การประเมินระดับความรุนแรงของสิวอักเสบจะช่วยให้น้อง ๆ เลือกแนวทางดูแลผิวได้เหมาะสมมากขึ้น และลดความเสี่ยงของปัญหาผิวตามมาในระยะยาวค่ะ โดยระดับความรุนแรงของสิวอักเสบแบ่งออกเป็น 3 ระดับ ดังนี้

    • ระดับที่ 1 : มักพบสิวอักเสบขึ้นเพียงประปรายไม่เกิน 10 เม็ดค่ะ โดยส่วนมากผิวบริเวณรอบ ๆ จะยังมีสิวอุดตันเม็ดเล็ก ๆ ปะปนอยู่บ้าง ซึ่งยังสามารถดูแลรักษาสิวอักเสบด้วยตัวเองเบื้องต้นได้ไม่ยากค่ะ
    • ระดับที่ 2 : จะเริ่มสังเกตเห็นสิวอักเสบเพิ่มจำนวนมากขึ้นประมาณ 10-30 จุดทั่วใบหน้าค่ะ น้อง ๆ จะเริ่มมองเห็นสิวหัวหนองสลับกับสิวอักเสบเม็ดแดง ๆ ที่กระจายตัวชัดเจนขึ้นค่ะ
    • ระดับที่ 3 : จะมีสิวอักเสบที่เป็นก้อนนูนแดงและเจ็บปวดกระจายอยู่เกิน 30 จุดขึ้นไปค่ะ อาการผิวในระดับนี้มักจะอักเสบลึกลงไปใต้ชั้นผิวและควรให้แพทย์คอยดูแลอย่างเหมาะสมค่ะ

สิวอักเสบเกิดขึ้นบริเวณไหนบ้าง?

น้อง ๆ รู้ไหมคะว่าสิวสามารถเกิดขึ้นได้เกือบทุกส่วนของร่างกายที่มีต่อมไขมันค่ะ โดยพื้นฐานแล้วสิวอักเสบเกิดจากการสะสมของสิ่งสกปรกในบริเวณที่ผิวมีการระคายเคืองหรืออับชื้นเป็นพิเศษนั่นเองค่ะ ซึ่งบริเวณที่มักจะเกิดสิวอักเสบ เช่น

    • บริเวณใบหน้า คาง และหน้าผาก จุดเหล่านี้มักจะเกิดสิวอักเสบได้ง่ายจากการเสียดสีของหน้ากากอนามัยหรือเส้นผม ซึ่งการที่สิวอักเสบเกิดจากความอับชื้นจะยิ่งกระตุ้นให้สิวอักเสบปะทุขึ้นมาค่ะ
    • บริเวณลำคอ สิวที่คอเป็นจุดที่น้อง ๆ หลายคนกังวลค่ะ เพราะการเสียดสีกับคอเสื้อบวกกับคราบเหงื่อที่สะสมระหว่างวัน ทำให้สิวอักเสบเกิดขึ้นได้ง่ายและอาจกลายเป็นสิวอักเสบเรื้อรังได้ค่ะ
    • บริเวณแผ่นหลังสิวที่หลังมักจะเกิดขึ้นในที่ร่มผ้าที่มีเหงื่อออกมากและระบายอากาศได้ยากค่ะ ซึ่งการที่สิวอักเสบเกิดจากแบคทีเรียที่หมักหมมภายใต้เสื้อผ้าจะทำให้สิวอักเสบลุกลามไปทั่วแผ่นหลังได้ค่ะ
    • บริเวณจมูกและแก้ม พื้นที่ส่วนนี้มีต่อมไขมันขนาดใหญ่จึงผลิตน้ำมันออกมามากค่ะ เมื่อน้ำมันส่วนเกินมารวมกับฝุ่นละออง จึงเป็นต้นเหตุทำให้รูขุมขนอุดตันจนกลายเป็นสิวอักเสบเม็ดใหญ่ได้ค่ะ

วิธีรักษาสิวอักเสบทำอย่างไรให้ผิวกลับมาสวยดือ ? อีกครั้ง

วิธีรักษาสิวอักเสบ

สิวอักเสบรักษายังไงให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีและผิวไม่พัง พี่เภสัชมีคำตอบมาฝากค่ะ น้อง ๆ ต้องเข้าใจว่าการที่สิวอักเสบเกิดจากหลายสาเหตุรวมกัน ทำให้วิธีรักษาสิวอักเสบในแต่ละเคสอาจมีรายละเอียดที่แตกต่างกันไปเพื่อดูแลผิวให้กลับมาเรียบเนียนค่ะ

เจลแต้มสิว

พี่เภสัชแนะนำให้ใช้เจลแต้มสิวที่มีส่วนผสมของ Encapsulated BHA ซึ่งมีความอ่อนโยนสูงค่ะ ไม่ว่าน้อง ๆ จะเป็นสิวหัวหนองหรือกำลังเจอกับปัญหาสิวอักเสบแล้วไม่รู้ว่าจะดูแลผิวอย่างไรดี ขอแนะนำเจลแต้มสิว Pharmular Acne Clear Spot Gel ตัวช่วยดูแลสิวอักเสบสุดต๊าชชช เพราะนอกจากช่วยดูแลผิวที่เป็นสิวอักเสบได้เป็นอย่างดีแล้ว ยังไม่ทำให้ผิวรอบ ๆ เกิดการระคายเคืองหรือแห้งลอกด้วยค่ะ แถมยังยืนหนึ่งด้วยคุณสมบัติของเจลที่สามารถใช้ได้กับสิวทุกประเภท ช่วยให้น้อง ๆ ดูแลปัญหาสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพค่ะ

นอกจากนี้ มีงานวิจัยว่า สารสกัดเปลือกมังคุด + ใบชาเขียว + ว่านหางจระเข้ ที่มีในเจลแต้มสิวฟาร์มูล่า

การรักษาสิวอักเสบด้วยยา

ในกรณีที่มีการอักเสบมาก น้อง ๆ อาจต้องใช้ยาทาหรือยากินเพื่อช่วยรักษาสิวอักเสบ ตามคำแนะนำของเภสัชกรค่ะ ยาเหล่านี้จะช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและลดการบวมแดงของสิวอักเสบได้อย่างดี ซึ่งการใช้ยาควรอยู่ในการดูแลที่ถูกต้องเพื่อป้องกันผลข้างเคียงและช่วยให้ผลลัพธ์ในการดูแลผิวเป็นไปตามที่ต้องการค่ะ

ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม

การเริ่มต้นที่พื้นฐานอย่างการใช้เจลล้างหน้าสูตรอ่อนโยนควบคู่กับโทนเนอร์ เพื่อทำความสะอาดสิ่งสกปรกตกค้างเป็นเรื่องสำคัญมากค่ะ ส่วนใครที่มีสิวขึ้นตามร่างกายก็สามารถใช้สบู่ลดสิวที่หลัง เพื่อช่วยทำความสะอาดผิวให้เกลี้ยงเกลาและลดโอกาสเกิดสิวอักเสบใหม่ได้ค่ะ

รักษาด้วยการกดสิวออก

การกดสิวเป็นทางเลือกในการเอาสิ่งอุดตันที่เป็นต้นตอของสิวอักเสบออกไป แต่ต้องทำโดยแพทย์หรือผู้ที่ได้รับการอบรมมาอย่างดีเพื่อให้มั่นใจในความสะอาดค่ะ การกดสิวอย่างถูกวิธีจะช่วยลดโอกาสที่สิวอักเสบจะลุกลามและลดการเกิดแผลเป็นได้ ซึ่งหลังจากกดสิวแล้วน้อง ๆ สามารถใช้ครีมลดรอยสิว เพื่อช่วยปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอและดูจางลงได้เร็วขึ้นค่ะ

ปรึกษาแพทย์

หากน้อง ๆ มีอาการผิวอักเสบรุนแรงหรือลองดูแลด้วยตัวเองแล้วแต่สิวอักเสบยังไม่ดีขึ้น พี่เภสัชแนะนำให้เข้าไปพบแพทย์เพื่อตรวจสภาพผิวอย่างละเอียดค่ะ การให้แพทย์คอยดูแลจะช่วยให้ได้รับแนวทางการรักษาสิวอักเสบ ที่ตรงกับปัญหาเฉพาะบุคคลมากที่สุด และสิ่งสำคัญต้องไม่ลืมทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อปกป้องผิวจากแสงแดดที่จะเข้าไปกระตุ้นให้สิวอักเสบได้ค่ะ 

คำถามที่พบบ่อย

สิวอักเสบกี่วันหาย?

ระยะเวลาที่สิวอักเสบหายขึ้นอยู่กับความรุนแรงและวิธีดูแล โดยทั่วไปสิวอักเสบอาจใช้เวลาหลายวันถึงไม่กี่สัปดาห์ หากรักษาสิวอักเสบอย่างถูกวิธีจะช่วยให้ยุบเร็วขึ้นค่ะ

ทำไมสิวอักเสบถึงขึ้นไม่หยุด ไม่หายสักที?

ปัญหาที่ทำให้สิวไม่ยุบ ไม่หายเป็นเพราะสิวอักเสบเกิดจากฮอร์โมน ความมันสะสม หรือดูแลผิวไม่เหมาะสม การรักษาสิวอักเสบที่ไม่ตรงจุดอาจทำให้สิวอักเสบไม่ยุบและกลับมาเป็นซ้ำได้ค่ะ

รักษาสิวอักเสบไม่ใช่เรื่องยาก รักษาแบบครบจบด้วย Pharmular

การที่น้อง ๆ เข้าใจว่าสิวอักเสบเกิดจากสาเหตุอะไรบ้าง จะช่วยให้การดูแลผิวเป็นเรื่องที่ง่ายขึ้น พี่เภสัชอยากแนะนำให้เลือกผลิตภัณฑ์ที่ให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนเพื่อช่วยรักษาสิวอักเสบ อย่างเจลแต้มสิวและครีมลดรอยสิวของ Pharmular ที่ช่วยดูแลผิวได้ตรงจุดค่ะ ตลอดเวลาที่ผ่านมา Pharmular ได้ดูแลเคสสิวอักเสบและปัญหาสิวอุดตันมาแล้วกว่า 100,000 เคส จึงมั่นใจได้ในสูตรที่คิดค้นโดยเภสัชกรค่ะ 

หากน้องคนไหนยังกังวลว่าสิวอักเสบเกิดจากปัจจัยที่ซับซ้อน สามารถทักมาปรึกษาพี่เภสัชผ่านได้ฟรีค่ะ พี่เภสัชพร้อมจะดูแลผิวของน้อง ๆ ให้กลับมาสดใสและดูดีไปด้วยกันค่ะ ช่องทางติดต่อได้ที่นี่

บทความลิขสิทธิ์ Copyright © Pharmular Brand All Rights Reserved.

แชร์