สิวที่หลังเกิดจากอะไร? แจกสูตรกู้ผิวเนียน เผยผิวได้อย่างมั่นใจ!

สิวที่หลัง

ปัญหาผิวที่หลายคนต้องเผชิญและสร้างความกังวลไม่แพ้สิวบนใบหน้า คือ สิวที่หลัง (Back Acne) ซึ่งมักเป็นเรื้อรังและทิ้งรอยดำรอยแดงไว้กวนใจ ทำให้น้อง ๆ ไม่มั่นใจในการแต่งตัว แต่หลายคนก็อาจจะยังไม่ทราบแน่ชัดว่าสิวขึ้นที่หลังเกิดจากอะไรและทำไมถึงหายขาดได้ยาก พี่เภสัชต้องบอกก่อนว่าสาเหตุของสิวหลังนั้นมีความซับซ้อนมาก ๆ เลยค่ะ การดูแลผิวลดปัญหาสิวที่หลังจึงต้องอาศัยความเข้าใจอย่างละเอียด ดังนั้น เรามาดูกันเลยว่าวิธีดูแลผิวเป็นสิวที่หลัง มีแบบไหนบ้าง

KEY TAKEAWAY

    • สิวที่หลัง เกิดจากเหงื่อ ความอับชื้น การอุดตันของรูขุมขน และการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมน ทำให้เกิดสิวที่หลังได้ง่าย
    • การแก้ปัญหาสิวที่หลัง สามารถทำได้โดยการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของ Benzoyl Peroxide และ Salicylic Acid เพื่อกำจัดสิ่งสกปรกและช่วยผลัดเซลล์ผิว สำหรับสิวอักเสบรุนแรงอาจต้องใช้ยาเพื่อควบคุมอาการไม่ให้รุนแรง และรักษาตามอาการ
    • หากไม่อยากให้เกิดสิวที่หลัง ควรรีบอาบน้ำทันทีหลังเหงื่อออก ใช้สบู่ลดสิวที่หลังที่เหมาะกับผิว ไม่ใส่เสื้อผ้าที่รัดเกินไป และห้ามแกะหรือบีบสิวเด็ดขาด เพราะจะทำให้เกิดรอยสิวที่รักษายาก
สารบัญบทความ

สิวที่หลัง เกิดจากอะไร? เช็กสาเหตุการเกิดสิวขึ้นที่หลัง

เป็นสิวที่หลัง เกิดจากอะไร

การทำความเข้าใจว่าสิวขึ้นหลังเกิดจากอะไร เป็นขั้นตอนแรกที่สำคัญมากในการรักษาเลยค่ะ เนื่องจากผิวบริเวณหลังมีต่อมไขมันขนาดใหญ่และมักเป็นบริเวณที่อับชื้นง่าย ทำให้เกิดการอุดตันและอักเสบได้มาก โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่ทำให้เกิดสิวที่หลัง มีดังนี้

8 สาเหตุสิวที่หลัง

    1. เหงื่อและความอับชื้น โดยเฉพาะหลังการออกกำลังกายหรือในสภาพอากาศร้อน เสี่ยงต่อการเจริญเติบโตของเชื้อแบคทีเรีย (C. acnes) และยีสต์ จนหลังเป็นสิวค่ะ
    2. การอุดตันของรูขุมขน มักเกิดจากเซลล์ผิวที่ตายแล้วผสมกับความมัน (Sebum) และสิ่งสกปรกที่ตกค้างบนผิวหนัง เช่น คราบแชมพู ครีมนวด ครีมกันแดด หรือครีมบำรุงที่มีเนื้อหนักเกินไปค่ะ
    3. การทานยาบางชนิด โดยเฉพาะยากลุ่มที่กระตุ้นการอักเสบของสิว หรือดันสิว อาจมีส่วนให้เกิดสิวที่หลังได้ง่าย
    4. ฮอร์โมน การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนในช่วงวัยรุ่น รอบเดือน หรือความเครียดสูง จะกระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมามากขึ้น ทำให้เกิดการอุดตันจนเกิดสิวที่หลังได้ง่ายนั่นเองค่ะ
    5. พันธุกรรม สำหรับน้อง ๆ บางคนอาจมีแนวโน้มทางพันธุกรรมที่ทำให้เกิดสิวที่หลัง หรือมีผิวที่ไวต่อการอักเสบ จึงมีสิวขึ้นที่หลังหรือเป็นตุ่มคล้ายสิวที่หลังได้ง่ายค่ะ
    6. แรงเสียดสี การเสียดสีซ้ำ ๆ ของเสื้อผ้าที่รัดแน่น กระเป๋าเป้ หรืออุปกรณ์กีฬา สามารถกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและเกิดสิวที่หลังได้ค่ะ
    7. ความเครียด: ความเครียดทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอล (Cortisol) สูงขึ้น ส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันมากขึ้น และทำให้การอักเสบในผิวกำเริบได้ง่าย อีกทั้งบางคนมีพฤติกรรมตอนเครียด เช่น อาบน้ำไม่สะอาดพอ รีบใส่เสื้อผ้าที่เปียกเหงื่อ นอนดึก ซึ่งยิ่งเพิ่มโอกาสเกิดการอุดตันและสิวที่หลังค่ะ
    8. อาหาร: อาหารบางประเภทอาจกระตุ้นสิวในบางคนได้ค่ะ โดยเฉพาะอาหารที่มีน้ำตาลสูง ซึ่งทำให้ระดับอินซูลินและฮอร์โมนที่เกี่ยวข้องกับสิวเพิ่มขึ้น จนต่อมไขมันทำงานมากขึ้น นอกจากนี้ “นมวัว” หรือเวย์โปรตีนในบางรายอาจสัมพันธ์กับสิวที่มากขึ้นได้เช่นกัน (ขึ้นกับแต่ละคน) หากสังเกตว่าทานแล้วสิวเห่อบ่อย ให้ลองลด 2–4 สัปดาห์และดูการเปลี่ยนแปลง

สิวที่หลังมีอาการอย่างไร

โดยปกติแล้วสิวที่หลังเกิดบริเวณ แผ่นหลัง ลำตัวช่วงบน และหัวไหล่ โดยอาการที่พบได้บ่อยคือ เจ็บเมื่อกดหรือสัมผัส โดยเฉพาะในช่วงที่สิวมีการอักเสบ และอาจรู้สึก ระคายเคือง แสบ หรือคันยิบ ๆ เมื่อต้องสวมเสื้อผ้าที่แนบผิว หรือในวันที่ เหงื่อออกและมีความอับชื้น ที่เป็นหนึ่งในปัจจัยที่กระตุ้นการอักเสบได้ง่าย และในบางรายอาจมีความรู้สึก ปวดตึงบริเวณผิวหนัง โดยมักเกิดชัดเมื่อเป็น สิวอักเสบหรือสิวหนอง ที่มีการบวมแดงลึกลงไปใต้ผิว หากสิวแตกหรือมีการเสียดสีซ้ำ ๆ อาจทำให้เกิด อาการแสบ เจ็บ และเสี่ยงเกิดรอยแดง - รอยดำตามม ได้

เพื่อให้สังเกตอาการได้ง่ายขึ้น สามารถเช็กเบื้องต้นได้จากอาการเหล่านี้ค่ะ

  • เจ็บเมื่อกด/สัมผัส หรือเจ็บมากขึ้นเวลามีการอักเสบ
  • ระคายเคือง แสบ คันยิบ ๆ โดยเฉพาะตอนใส่เสื้อผ้าแนบผิวหรือเหงื่อออก
  • ตุ่มบวมแดงลึก ปวดตึง มักพบในสิวอักเสบ/สิวหนอง
  • สิวแตกหรือเสียดสีบ่อย เสี่ยงทิ้งรอยแดง–รอยดำตามมา

ทั้งนี้ ความรุนแรงของอาการจะแตกต่างกันไป ซึ่งขึ้นอยู่ตามชนิดของสิว (เช่น สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวหนอง) และระยะของการอักเสบ หากมีอาการเจ็บมาก ตุ่มใหญ่ หรือเป็นซ้ำเรื้อรัง แนะนำให้ประเมินร่วมกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อเลือกแนวทางดูแลที่ตรงสาเหตุค่ะ

สิวประเภทไหนที่ขึ้นมาทำร้ายแผ่นหลังสวย ๆ ได้บ้าง?

เวลาสวมเสื้อผ้าที่ต้องโชว์แผ่นหลัง สิวถือว่าเป็นตัวร้ายที่ทำให้เกิดปัญหาด้านความมั่นใจ เพราะเวลาที่ต้องเปิดเผยแผ่นหลังแล้วมีสิวขึ้นมาก็คงดูไม่ค่อยดี มาดูกันว่ามีสิวประเภทไหนบ้างที่ทำร้ายแผ่นหลังสวย ๆ

สิวอุดตันหัวดำ (Blackheads)

สิวที่มีลักษณะเป็นก้อนแข็ง ๆ เกิดจากการอุดตันของอุดตันของเคราตินและไขมัน ทำให้หัวสิวกลายเป็นสีดำและสามารถสังเกตเห็นได้ด้วยตาเปล่า

สิวอุดตันหัวขาว (Whiteheads)

สิวที่เกิดจากการอุดตันของแบคทีเรีย ต่อมไขมัน และเคราติน ทำให้เป็นสิวตุ่มนูนใต้ผิวหนังขนาดเล็ก แม้มองไม่เห็นด้วยตาเปล่าแต่ก็น่ากังวลไม่แพ้สิวประเภทอื่น

สิวหัวหนอง (Pustule)

สิวที่มีลักษณะเป็นตุ่มสีแดงและมีจุดสีขาวเหลืองอยู่ตรงกลาง พร้อมด้วยอาการอักเสบทำให้รู้สึกเจ็บเมื่อสัมผัส เป็นสิวที่ไม่ควรกดบีบออกเองเพราะอาจทิ้งรอยสิวเอาไว้ได้

สิวหัวช้าง (Nodulocystic ance)

สิวที่เกิดจากการอักเสบรุนแรงที่ชั้นหนังแท้ มีลักษณะเป็นตุ่มขนาดใหญ่เหมือนมีของเหลวอยู่ด้านใน เวลาสัมผัสสิวหัวช้างจะรู้สึกเจ็บมากและเป็นสิวที่รักษายาก

สิวตุ่มแดง (Papule)

สิวที่เกิดจากการอุดตันรูขุมขนและการติดเชื้อจากแบคทีเรียจนสิวอักเสบขึ้นมา มีลักษณะเป็นตุ่มนูนแดงไม่มีหัว เมื่อสัมผัสสิวตุ่มแดงจะรู้สึกเจ็บแต่ไม่มากเท่าสิวหัวช้าง

สิวตุ่มแดงขนาดใหญ่ (Nodule)

สิวที่มีอาการอักเสบอย่างรุนแรงจากการติดเชื้อแบคทีเรียที่ชั้นใต้ผิวหนัง มีลักษณะเป็นตุ่มสีแดงขนาดใหญ่ไม่มีหัวหนอง เวลาสัมผัสจะรู้สึกเจ็บปวดมาก ๆ

สิวที่หลัง รักษายังไงได้บ้าง ทำยังไงสิวที่หลังถึงจะลดลง?

รักษาสิวที่หลัง

การดูแลผิวให้สิวที่หลังหายขาดต้องใช้ความสม่ำเสมอและจัดการทั้งที่ต้นเหตุและปลายเหตุค่ะ ถึงแม้ว่าสิวที่หลังจะกลับมาเป็นซ้ำได้หากเราไม่ดูแลผิวให้ดี แต่ก็สามารถควบคุมและทำให้ผิวหลังเรียบเนียนได้ด้วยวิธีการรักษาที่เหมาะสม ซึ่งแบ่งออกเป็นหลายแนวทางดังนี้ค่ะ

    • การใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดและผลิตภัณฑ์ดูแลสิว ยกตัวอย่างเช่น เจลที่มี Benzoyl Peroxide (BP) ช่วยฆ่าเชื้อแบคทีเรียและลดการอุดตันของรูขุมขน, Salicylic Acid (BHA) ช่วยผลัดเซลล์ผิวและละลายสิ่งอุดตันในรูขุมขน, Retinoids (วิตามินเอ) สำหรับใช้ทาเพื่อควบคุมการเกิดสิวใหม่ เป็นต้น
    • ใช้ยาตามคำแนะนำของแพทย์หรือเภสัช ในกรณีที่สิวหลังมีการอักเสบรุนแรง อาจเลือกใช้ยารักษาสิวที่หลัง ซึ่งมีทั้งแบบใช้ภายนอกและแบบรับประทาน แต่จะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของผู้ชำนาญการ สามารถปรึกษาพี่เภสัชได้โดยตรงเลยค่ะ

ปกป้องผิวจากสิวที่หลังได้ไหม? ไม่อยากให้สิวขึ้นที่หลังซ้ำ ดูแลตัวเองยังไงดี?

การดูแลผิวถือเป็นหัวใจสำคัญในการจัดการกับสิวที่หลังในระยะยาวเลยค่ะ เพราะตราบใดที่ปัจจัยกระตุ้นยังอยู่ สิวขึ้นที่หลังก็สามารถเป็นซ้ำ ๆ ได้เสมอ ทั้งยังอาจมีกรณีที่เกิดอาการดื้อยา เคยเป็นสิวที่หลังใช้อะไรหายมาก่อน ก็อาจจะไม่ได้ผลดีเท่าเดิมด้วยค่ะ

วิธีรักษาสิวที่หลัง

    • รีบอาบน้ำทันทีหลังเหงื่อออก ทันทีที่ออกกำลังกายเสร็จหรือมีเหงื่อออกมาก อย่าปล่อยให้เสื้อผ้าเปียกชื้นแนบผิวหลังเป็นเวลานานค่ะ
    • เลือกใช้สบู่หรือผลิตภัณฑ์อาบน้ำที่มีส่วนผสมช่วยต้านเชื้อแบคทีเรียและผลัดเซลล์ผิว และควรปล่อยให้ผลิตภัณฑ์สัมผัสผิวหลัง 2-3 นาที ก่อนล้างออก เพื่อให้ส่วนผสมทำงานได้อย่างเต็มที่ค่ะ
    • หลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่หนักเกินไป เช่น ครีม น้ำมันบำรุงผิว หรือครีมกันแดดสำหรับผิวกาย ควรเลือกสูตรที่ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันในรูขุมขน และอาจใช้โทนเนอร์เช็ดผิวหลังอาบน้ำ เพื่อทำความสะอาดและเตรียมผิวให้พร้อมบำรุง ลดโอกาสการเกิดสิวที่หลังในอนาคตค่ะ
    • สารเคมีจากแชมพู ครีมนวด หรือทรีตเมนต์ที่ไหลลงมาสัมผัสผิวหลังอาจทำให้เกิดการอุดตันได้ น้อง ๆ ควรเช็กให้แน่ใจว่าเราล้างออกจนหมดหรือยัง จะได้ไม่มีสิ่งตกค้างค่ะ
    • ควรใส่เสื้อผ้าหลวม ๆ หรือผ้าที่ระบายความชื้นได้ดี และควรเปลี่ยนเสื้อผ้าชุดใหม่ทุกวันเพื่อลดการสะสมของแบคทีเรียและสิ่งสกปรกด้วยค่ะ

เมื่อไรควรพบแพทย์

ถึงเราแม้จะดูแลความสะอาด อาบน้ำทันทีหลังเหงื่อออก และใช้ผลิตภัณฑ์รักษาสิวอย่างสม่ำเสมอแล้ว แต่อาการสิวที่หลังก็เกิดขึ้นได้อยู่ดี และถ้าหากยัง “ไม่ดีขึ้น” หรือมีอาการ เป็น ๆ หาย ๆ อาจเกิดจากปัจจัยอื่นร่วมด้วย เช่น ความแปรปรวนของฮอร์โมน พันธุกรรม หรือโรคผิวหนังบางชนิด ควรพิจารณาปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อประเมินสาเหตุให้ชัดเจนค่ะ

ควรรีบขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ หากมีอาการเหล่านี้ร่วมด้วย

  • สิวอักเสบรุนแรง เจ็บ บวม แดง ร้อน มีหนอง หรือเป็นตุ่มขนาดใหญ่ เสี่ยงติดเชื้อและลุกลาม
  • เริ่มเกิดรอยดำ รอยแดง หรือแผลเป็น ที่รักษาเองแล้วไม่ดีขึ้น

มีอาการคันมากผิดปกติ หรือมีผื่นแดง ลอก เป็นขุยร่วมด้วย ซึ่งอาจไม่ใช่สิวทั่วไป แต่อาจเป็นภาวะผิวหนังอื่น เช่น ผื่นแพ้ เชื้อรา หรือรูขุมขนอักเสบจากเชื้อชนิดอื่น

พี่เภสัชขอแนะนำ! สบู่ลดสิวที่หลัง ตัวช่วยบำรุงแผ่นหลังให้เรียบเนียน ดูสุขภาพดี

สิวขึ้นตามตัว ใช้อะไรดี

หากต้องการให้สิวที่หลังหายไป ต้องเริ่มจากการทำความสะอาดผิวอย่างถูกวิธีนะคะ นอกจากการปรับพฤติกรรมแล้ว พี่เภสัชขอแนะนำการเลือกใช้สบู่ลดสิวที่หลัง Pharmular หรือมีชื่อเรียกว่า เจลอาบน้ำล้างสิวที่มีคุณสมบัติค่า pH 5.5 มีส่วนผสม SalSphere® และ Niacinamide 2% ที่มีคุณสมบัติช่วยผลัดเซลล์ผิว anti-bacterial ทำความสะอาดผิวได้แบบอ่อนโยนเทียบเท่ากับเจลล้างหน้าหรือผลิตภัณฑ์สำหรับใบหน้า ช่วยปลอบประโลมผิว เพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวหลังอาบน้ำ และยังมีโอกาสระคายเคืองน้อย เพราะไม่ใส่สารแต่งสีและน้ำหอมค่ะ

อีกทั้งยังสามารถใช้ร่วมกับสเปรย์สิวหลัง Pharmular ที่ช่วยดูแลผิวลดสิวอย่างครอบคลุม เพราะสามารถใช้ได้กับสิวทุกประเภท พร้อมช่วยลดรอยดำ รอยแดงจากสิว ช่วยให้ผิวกระจ่างใสเรียบเนียน โดยการใช้งานสเปรย์สิวหลังก็ง่ายนิดเดียว เพียงน้อง ๆ ฉีดสเปรย์ลงบนผิวบริเวณที่เป็นสิวหลังอาบน้ำวันละสองครั้ง ตอนเช้าและก่อนเข้านอน รอยสิวก็จะค่อย ๆ จางลงไปเองค่ะ

สิวที่หลังรักษาได้ด้วยการดูแลและปกป้องผิวอย่างถูกวิธี

การแก้ปัญหาสิวที่หลังนั้นไม่ใช่เรื่องยากเลยค่ะ หากน้อง ๆ เข้าใจสาเหตุของการเกิดสิวที่หลังอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นการอุดตันของสิ่งสกปรกต่าง ๆ บนผิว ฮอร์โมน พันธุกรรม หรืออื่น ๆ หากน้อง ๆ กำลังสงสัยว่าเป็นสิวที่หลังใช้อะไรหายจริง? แนะนำให้ปรึกษาผู้ชำนาญการ เภสัช หรือแพทย์โดยตรงค่ะ พี่เภสัช Pharmular เราพร้อมให้คำปรึกษาด้วยความเข้าใจถึงความซับซ้อนของผิวบริเวณหลัง พร้อมเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลผิวของน้อง ๆ ให้กลับมาเรียบเนียนและดูสุขภาพดีอีกครั้งเสมอค่ะ

สำหรับน้อง ๆ ที่ต้องการเคล็ดลับการดูแลผิวที่ช่วยให้สิวค่อย ๆ ลดลง พร้อมด้วยสุขภาพผิวที่ดีขึ้น พี่เภสัชขอแนะนำผลิตภัณฑ์ของ Pharmular ที่มีให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นครีมลดรอยสิว เจลแต้มสิว รวมถึงสบู่ที่ช่วยดูแลผิวที่หลังทางแบรนด์ก็มีจำหน่ายเช่นกัน แต่ถ้าน้อง ๆ ยังไม่รู้ว่าควรดูแลผิวอย่างไร สามารถปรึกษาพี่เภสัชได้เลยนะคะ

ติดต่อพี่ ๆ เภสัชได้ที่

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสิวที่หลัง

สิวที่หลังเป็นกี่วันหาย?

ขึ้นอยู่กับชนิดและความรุนแรงของสิวค่ะ สิวที่หลังอาจใช้เวลาประมาณ 1-2 สัปดาห์ในการยุบตัว แต่รอยดำรอยแดงที่ตามมาอาจใช้เวลาหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนจึงจะจางหายไป แนะนำให้ใช้สเปรย์สิวหลังร่วมกับเจลอาบน้ำ เพราะจะช่วยให้รอยดำแลดูดีขึ้นไวกว่าเดิมค่ะ

หลังมีสิวขึ้นควรงดกินอะไร?

ระหว่างมีสิวที่หลัง พี่เภสัชแนะนำว่าควรงดหรือลดการบริโภคอาหารที่มีน้ำตาลสูง ผลิตภัณฑ์จากนม และอาหารที่มีดัชนีน้ำตาลสูง (High Glycemic Index) เช่น ขนมปังขาวและอาหารแปรรูป เพราะอาจกระตุ้นการเกิดสิวที่หลังได้ง่ายค่ะ

แชร์