สิวเสี้ยน จากรูขุมขนเล็ก ๆ สู่ปัญหาผิวกวนใจ แชร์วิธีจัดการสิวเสี้ยนพร้อมเผยผิวสวย
การมีผิวหน้าที่เรียบเนียนถือเป็นสิ่งที่น้อง ๆ ทุกคนต้องการ แต่บ่อยครั้งที่เจ้าจุดดำเล็ก ๆ อย่างสิวเสี้ยนมักโผล่ขึ้นมาจนทำให้ผิวดูสากและไม่สม่ำเสมอ ซึ่งปัญหาสิวเสี้ยนนี้ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ช่วงวัยรุ่นเท่านั้น แต่สิวเสี้ยนยังสามารถพบได้ในทุกช่วงวัย หากน้อง ๆ กำลังสงสัยว่าสิวเสี้ยนเกิดจากอะไรและพยายามมองหาวิธีกำจัดสิวเสี้ยนที่เห็นผลจริงโดยไม่รบกวนผิวหน้าจนเกินไป พี่เภสัชได้รวบรวมคำแนะนำในการจัดการสิวเสี้ยนอย่างถูกวิธีมาฝาก เพื่อให้น้อง ๆ กลับมามีผิวที่เนียนละเอียดและมั่นใจได้อีกครั้งค่ะ
KEY TAKEAWAY
- สิวเสี้ยนเกิดจากขนอ่อนหลายเส้นกระจุกรวมกับไขมันจนเป็นหนามแหลม ซึ่งมีความแตกต่างจากสิวหัวดำที่ไม่มีเส้นขนสะสมอยู่ภายในรูขุมขน
- สิวเสี้ยนจมูกและ T-Zone คือจุดที่พบบ่อยที่สุด เนื่องจากมีความมันส่วนเกินมากจนส่งผลให้เกิดการอุดตันของสิวเสี้ยนได้ง่ายกว่าบริเวณอื่น
- วิธีกำจัดสิวเสี้ยนที่ถูกต้องควรเน้นการผลัดเซลล์ผิวอย่างอ่อนโยนเพื่อช่วยลดสิวเสี้ยน ไม่ควรบีบหรือกดเองเพราะจะทำให้ผิวอักเสบและเกิดรอยสิวได้ค่ะ
- การเลือกใช้เจลแต้มสิว Pharmular หรือเจลล้างหน้าฟาร์มูล่าที่มี BHA ช่วยสลายสิ่งอุดตันจะช่วยให้หัวสิวเสี้ยนหลุดออกได้ง่ายขึ้นและช่วยให้รูขุมขนดูเนียนละเอียดขึ้น
- การรักษาความสะอาดของผิวหน้าด้วยเจลล้างหน้าและคุมความมันสม่ำเสมอ คือขั้นตอนสำคัญที่ช่วยป้องกันไม่ให้สิวเสี้ยนกลับมาอุดตันซ้ำซากในระยะยาวค่ะ
สิวเสี้ยน คืออะไร?
สิวเสี้ยน (Trichostasis Spinulosa) คือ ความผิดปกติที่เกิดขึ้นภายในรูขุมขนค่ะ โดยปกติแล้วรูขุมขนหนึ่งรูควรจะมีเส้นขนเพียงเส้นเดียว แต่สำหรับคนที่มีปัญหาสิวเสี้ยนจะพบว่ามีเส้นขนเส้นเล็ก ๆ จำนวนมากกระจุกตัวรวมกันอยู่ตั้งแต่ 5 ถึง 50 เส้น และถูกกักเก็บสะสมเอาไว้ภายในรูขุมขนเดียว
เมื่อเส้นขนเหล่านี้รวมตัวเข้ากับไขมันและเซลล์ผิวที่เสื่อมสภาพ จึงกลายเป็นตุ่มหนามแหลม ๆ ที่เราเรียกกันว่าสิวเสี้ยนนั่นเอง ซึ่งสิวเสี้ยนมักจะพบปัญหาสิวขึ้นปลายจมูกหรือมีสิวเสี้ยนตรงจมูกที่เห็นได้ชัดเจนและรักษายากกว่าสิวปกติ การดูแลรักษาสิวเสี้ยนอย่างสม่ำเสมอจึงช่วยลดการอุดตันและทำให้ผิวกลับมาเรียบเนียนได้อีกครั้งค่ะ
สาเหตุหลักที่ทำให้เกิดสิวเสี้ยนมาจากอะไร?
พี่เภสัชจะพาน้อง ๆ มาดูว่าสิวเสี้ยนเกิดขึ้นได้อย่างไร เพื่อให้เราจัดการสิวเสี้ยนได้อย่างตรงจุดและลดการเกิดสิวเสี้ยนซ้ำซาก ซึ่งโดยทั่วไปสิวเสี้ยนมักเกิดจากปัจจัยดังนี้ค่ะ
- ความผิดปกติของรูขุมขน : สิวเสี้ยนเกิดจากการที่มีเส้นขนอ่อนกระจุกตัวรวมกับไขมันจนกลายเป็นสิวเสี้ยนที่อุดตันสะสมอยู่ในรูขุมขน หลายคนจะมองเห็นเป็นจุดดำและหนามแหลม
- การทำงานของฮอร์โมน : ฮอร์โมนกระตุ้นต่อมไขมันให้ทำงานหนักจนผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ทำให้เกิดสิวเสี้ยนอุดตันได้ง่ายขึ้น โดยเฉพาะปัญหาสิวเสี้ยนจมูกที่มักจะเห็นชัดกว่าจุดอื่น
- มลภาวะและเครื่องสำอาง : สิ่งสกปรกที่ล้างออกไม่สะอาดเป็นตัวการกระตุ้นให้สิวเสี้ยนเพิ่มจำนวนมากขึ้น ทำให้น้อง ๆ รู้สึกว่ามีสิวเสียนเยอะตรงจมูกและผิวหน้าดูไม่เรียบเนียน
- พฤติกรรมการทานอาหาร : การทานอาหารรสหวานหรือมันจัดจะส่งผลให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันส่วนเกินออกมามาก ทำให้ผิวเกิดการอุดตันและกลายเป็นสิวเสี้ยนกระจายตัวอยู่ทั่วใบหน้าได้ง่ายขึ้นค่ะ
สิวเสี้ยนแตกต่างจากสิวหัวดำอย่างไร?
ความแตกต่างระหว่างสิวเสี้ยนและสิวหัวดำอยู่ที่สิ่งที่อยู่ภายในรูขุมขนค่ะ โดยสิวเสี้ยนจะมีกลุ่มเส้นขนเล็ก ๆ สะสมรวมกัน ทำให้เวลาลูบไปที่สิวเสี้ยนจมูกจะรู้สึกสากมือคล้ายมีหนามแหลมโผล่พ้นผิว
ส่วนสิวหัวดำเป็นประเภทของสิวอุดตันที่เกิดจากไขมันและเซลล์ผิวที่สัมผัสอากาศจนเปลี่ยนสี หลายคนมักสับสนระหว่างสิวเสี้ยนกับสิวหัวดำ เพราะมีสีที่ใกล้เคียงกัน แต่การจัดการสิวเสี้ยนจะทำได้ยากกว่าเพราะมีเส้นขนจำนวนมากสะสมอยู่ค่ะ
สิวเสี้ยนมีกี่ประเภท?
น้อง ๆ รู้ไหมคะว่าเจ้าสิวเสี้ยนที่เราเห็นกันบ่อย ๆ นั้นความจริงแล้วสามารถแบ่งออกได้ด้วยกันทั้งหมด 2 ประเภท ได้แก่ สิวเสี้ยนหัวดำและสิวเสี้ยนหัวขาว ซึ่งแต่ละประเภทมีความต่างกันเล็กน้อยดังนี้
- สิวเสี้ยนหัวดำ : เป็นสิวเสี้ยนประเภทหัวเปิดที่น้อง ๆ มองเห็นเป็นจุดสีดำได้ชัดเจนค่ะ ซึ่งสีดำของสิวเสี้ยนชนิดนี้เกิดจากไขมันและเส้นขนในสิวเสี้ยนสัมผัสกับอากาศจนเกิดปฏิกิริยาเปลี่ยนสี ทำให้สิวเสี้ยนหัวดำมักจะโผล่พ้นผิวหนังออกมาให้เห็นเด่นชัด
- สิวเสี้ยนหัวขาว : สิวเสี้ยนหัวขาวคือสิวเสี้ยนประเภทหัวปิดที่มีลักษณะเป็นตุ่มนูนเม็ดเล็ก ๆ สีเดียวกับผิว โดยสิวเสี้ยนชนิดนี้จะถูกผิวหนังปกคลุมไว้ ทำให้สิ่งที่อุดตันในสิวเสี้ยนไม่สัมผัสกับอากาศจึงไม่เปลี่ยนเป็นสีดำ แต่น้อง ๆ จะสัมผัสได้ถึงความสากของสิวเสี้ยนที่อยู่ใต้ผิวหนังเวลาลูบผ่านค่ะ
สิวเสี้ยนมักเกิดขึ้นบริเวณไหนบ้าง?
ปัญหารูขุมขนอุดตันแล้วทำให้เกิดสิวเสี้ยนสามารถเกิดขึ้นได้ในหลายจุดที่มีความมันส่วนเกินสะสมมากเป็นพิเศษ ซึ่งลักษณะการกระจายตัวของสิวเสี้ยนจะเห็นชัดในบริเวณที่มีต่อมไขมันทำงานเยอะค่ะ ซึ่งบริเวณที่มักเกิดสิวเสี้ยน ได้แก่
- บริเวณจมูก : จุดนี้คือบริเวณยอดฮิตที่พบสิวเสี้ยนได้มากที่สุดเลยค่ะ เพราะจมูกมีการผลิตน้ำมันออกมาตลอดเวลา น้อง ๆ หลายคนจึงมักบ่นว่ามีสิวเสียนเยอะตรงจมูกจนทำให้ผิวดูสากและเห็นจุดดำของสิวเสี้ยนได้ชัดเจนกว่าจุดอื่น
- บริเวณหน้าผากและคาง : โซน T-Zone เป็นแหล่งรวมของสิวเสี้ยนชั้นดี เนื่องจากมีความมันสะสมหนาแน่น ทำให้เกิดการอุดตันของสิวเสี้ยนได้ง่ายจนกลายเป็นตุ่มสิวเสี้ยนเล็ก ๆ กระจายตัวอยู่ทั่วบริเวณ
- บริเวณแก้ม : สำหรับน้อง ๆ ที่มีรูขุมขนกว้างมักจะเจอปัญหาสิวเสี้ยนบริเวณโหนกแก้มได้บ่อยค่ะ ซึ่งสิวเสี้ยนชนิดนี้จะทำให้การแต่งหน้าดูไม่เรียบเนียนและเห็นเม็ดสิวเสี้ยนผุดขึ้นมาได้ง่าย
- แผ่นหลังและหน้าอก: นอกจากบนใบหน้าแล้ว สิวเสี้ยนยังชอบขึ้นตามร่างกายอีกด้วยนะคะ หากน้อง ๆ มีปัญหาสิวที่หลังร่วมกับสิวเสี้ยน พี่เภสัชแนะนำให้ลองใช้สบู่ลดสิวที่หลังเพื่อช่วยทำความสะอาดรูขุมขนให้หมดจดและลดโอกาสการเกิดสิวเสี้ยนที่บริเวณลำตัวค่ะ
วิธีรักษาสิวเสี้ยนสามารถทำได้อย่างไรบ้าง?
พี่เภสัชรู้ว่าน้อง ๆ กังวลใจกับปัญหาสิวเสี้ยนมากแค่ไหน วันนี้พี่เภสัชเลยรวบรวมแนวทางการดูแลสิวเสี้ยนและวิธีกำจัดสิวเสี้ยนที่จมูกที่อ่อนโยนและเห็นผลจริงมาฝาก โดยวิธีกำจัดและลดสิวเสี้ยนมีดังนี้ค่ะ
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยดูแลผิวลดปัญหาสิวเสี้ยน
สิวเสี้ยนเยอะตรงจมูกใช้อะไรดี? พี่เภสัชขอแนะนำเจลแต้มสิว Pharmular Acne Cycle Clear Spot Gel ที่มีส่วนผสมของ Encapsulated BHA ค่ะ ซึ่งสารสกัดตัวนี้จะเข้าไปช่วยละลายไขมันและขนอ่อนที่อุดตันอยู่ในสิวเสี้ยนได้อย่างอ่อนโยน ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งลอกเหมือนการลอกสิวเสี้ยนแบบเดิม ๆ
หรือเจลล้างหน้าฟาร์มูล่า Pharmular Acne Clear Cleansing Gel ที่มีส่วนผสมของ Encapsulated BHA ก็ช่วยให้เซลล์ผิวค่อยๆ ผลัดออก อย่างอ่อนโยน ทำให้สิวเสี้ยนที่จมูกดูดีขึ้นได้ด้วย
นอกจากนี้หากน้อง ๆ เคยบีบจนทิ้งรอยสิวเอาไว้ พี่เภสัชแนะนำให้ใช้เจลลดรอยของ Pharmular Dark Spot & Scar Gel ควบคู่ไปด้วย เพื่อทำหน้าที่เป็นครีมลดรอยสิว ช่วยกู้ผิวให้กลับมาใสและเรียบเนียนขึ้น เป็นการกำจัดสิวเสี้ยนที่เน้นความปลอดภัยต่อผิวและช่วยลดสิวเสี้ยนได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่ทำร้ายเกาะป้องกันผิวค่ะ
เลือกใช้สารเคมีที่ช่วยผลัดเซลล์ผิว
การใช้โทนเนอร์หรือสกินแคร์ที่มีส่วนผสมของกรดผลไม้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป ทำให้หัวสิวเสี้ยนหลุดลอกได้ง่ายขึ้น วิธีนี้จะช่วยลดสิวเสี้ยนตั้งแต่ต้นเหตุโดยการเข้าไปเคลียร์รูขุมขนไม่ให้เกิดการอุดตันสะสมจนกลายเป็นสิวเสี้ยนใหม่ ๆ นับว่าเป็นวิธีกำจัดสิวเสี้ยนที่จมูกที่ทำได้ง่ายและได้ผลดีในการทำให้ผิวดูเนียนละเอียดขึ้นค่ะ
สครับหน้า
การสครับผิวเบา ๆ ร่วมกับการใช้เจลล้างหน้าที่เหมาะสมจะช่วยขจัดหัวสิวเสี้ยนที่โผล่พ้นผิวออกมาให้หลุดออกไปได้ แต่น้อง ๆ ต้องระวังอย่าขัดผิวแรงเกินไปนะคะ หรือเลือกผลิตภัณฑ์ที่เม็ดสครับอ่อนโยน ไม่หยาบกร้าน เพราะอาจทำให้ผิวระคายเคืองและกระตุ้นให้สิวเสี้ยนเห่อขึ้นมามากกว่าเดิมได้ค่ะ
สิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงตอนที่เป็นสิวเสี้ยนมีอะไรบ้าง?
การป้องกันไม่ให้ปัญหาสิวเสี้ยนลุกลามคือจุดเริ่มต้นของผิวที่เรียบเนียน ดังนั้นการลดพฤติกรรมทำร้ายผิวจึงช่วยลดความรุนแรงของสิวเสี้ยนได้ดีค่ะ โดยสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงตอนที่เป็นสิวเสี้ยน ได้แก่
- การบีบสิวเสี้ยนหรือกดสิวเสี้ยนเอง เพราะจะทำให้ผิวเกิดแผลและทำให้สิวเสี้ยนอักเสบติดเชื้อได้ง่ายขึ้น และทำให้เกิดสิวรอบๆ จมูกเพิ่มมากขึ้นได้
- การใช้แผ่นลอกสิวเสี้ยนทุกวัน เนื่องจากจะทำให้รูขุมขนกว้างและผิวบริเวณสิวเสี้ยนตรงจมูกเกิดอาการระคายเคือง
- การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของน้ำมันเข้มข้นเกินไป เพราะจะยิ่งเข้าไปอุดตันในสิวเสี้ยนจนทำให้สิวเสี้ยนฝังลึกได้
- การขัดผิวหน้าด้วยสครับเนื้อหยาบเกินไป เพราะจะทำให้ผิวบางลงและกระตุ้นให้สิวเสี้ยนก่อตัวเพิ่มขึ้นในรูขุมขนค่ะ
- การมองข้ามความสะอาดของอุปกรณ์แต่งหน้าที่ใช้ตรงบริเวณสิวเสี้ยน เพราะเป็นแหล่งสะสมของสิ่งสกปรกที่ทำให้เกิดสิวเสี้ยนได้
- การพักผ่อนไม่เพียงพอ ซึ่งส่งผลต่อฮอร์โมนที่กระตุ้นให้ต่อมไขมันผลิตน้ำมันออกมาจนกลายเป็นสิวเสี้ยนจำนวนมาก
วิธีปกป้องผิวจากสิวเสี้ยนทำอย่างไร?
การดูแลผิวเพื่อป้องกันไม่ให้สิวเสี้ยนกลับมาเป็นปัญหาซ้ำซากคือการตัดวงจรความมันและสิ่งสกปรกที่เข้าไปอุดตันในรูขุมขน สำหรับคำแนะนำวิธีปกป้องผิวจากสิวเสี้ยนมีดังนี้ค่ะ
- เลือกใช้เจลล้างหน้าที่มีความอ่อนโยนและช่วยทำความสะอาดรูขุมขนได้อย่างล้ำลึก เพื่อขจัดน้ำมันส่วนเกินไม่ให้กลายเป็นสิวเสี้ยนสะสมในรูขุมขนจนทำให้ผิวดูไม่เรียบเนียนและเห็นจุดดำของสิวเสี้ยนชัดเจน
- ทาครีมกันแดดทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน เพื่อปกป้องผิวจากความร้อนที่กระตุ้นให้ต่อมไขมันทำงานหนักจนผลิตน้ำมันออกมามากเกินไป ซึ่งเป็นต้นเหตุที่ทำให้เกิดสิวเสี้ยนจำนวนมากและช่วยลดโอกาสการเกิดสิวเสี้ยนใหม่ค่ะ
- เช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอางให้หมดจดทุกครั้งก่อนล้างหน้า เพื่อไม่ให้สารตกค้างเข้าไปผสมกับไขมันจนกลายเป็นสิวเสี้ยนอุดตันสะสม และเป็นการช่วยลดสิวเสี้ยนพร้อมทั้งดูแลรูขุมขนที่มีปัญหาสิวเสี้ยน
- ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่เน้นการเติมความชุ่มชื้นและช่วยควบคุมความมัน เพื่อปรับสมดุลให้ผิวผลิตน้ำมันออกมาอย่างพอเหมาะ ซึ่งจะช่วยลดสิวเสี้ยนและป้องกันไม่ให้สิวเสี้ยนกลับมาอุดตันจนทำให้มีสิวเสี้ยนฝังลึกค่ะ
สิวเสี้ยนอันตรายไหม?
สิวเสี้ยนไม่ใช่ความผิดปกติที่อันตรายต่อร่างกายค่ะ แต่สิวเสี้ยนมักกวนใจเรื่องของความเรียบเนียน หากน้อง ๆ ไปบีบสิวเสี้ยนหรือรบกวนผิวบริเวณที่เกิดสิวเสี้ยนมากเกินไป อาจทำให้สิวเสี้ยนอักเสบและทิ้งแผลเป็นไว้ได้
ทั้งนี้หากน้อง ๆ อยากรู้ว่าสิวอักเสบเกิดจากอะไร หรืออยากทราบวิธีรักษาสิวผด แบบเร่งด่วน ก็สามารถเข้าไปติดตามบทความให้ความรู้อื่น ๆ ของ Pharmular ได้เลยนะคะ
คำถามที่พบบ่อย
สิวเสี้ยนบีบได้ไหม?
พี่เภสัชไม่แนะนำให้บีบสิวเสี้ยนนะคะ เพราะการบีบสิวเสี้ยนจะทำให้ผิวช้ำและอักเสบจนเกิดแผลเป็นได้ค่ะ ควรเลือกใช้วิธีกำจัดสิวเสี้ยนที่อ่อนโยนจะดีต่อผิวที่มีปัญหาสิวเสี้ยนมากกว่า
อาการสิวเสี้ยนเป็นอย่างไร?
อาการสิวเสี้ยนน้อง ๆ จะเห็นสิวเสี้ยนเป็นจุดดำเล็ก ๆ หรือตุ่มหนามแหลมที่โผล่พ้นผิวหนังออกมาค่ะ โดยเฉพาะสิวเสี้ยนจมูกที่เวลาลูบไปแล้วจะรู้สึกสากมือเพราะมีเส้นขนจำนวนมากกระจุกตัวอยู่ในสิวเสี้ยน
กำจัดสิวเสี้ยนให้หายถาวรได้ไหม?
การกำจัดสิวเสี้ยนให้หายขาดถาวรนั้นทำได้ยากเนื่องจากเส้นขนและรูขุมขนเป็นธรรมชาติของผิวค่ะ แต่เราสามารถลดจำนวนสิวเสี้ยนและดูแลไม่ให้สิวเสี้ยนอุดตันสะสมได้ด้วยการใช้วิธีกำจัดสิวเสี้ยนที่ถูกต้องและสม่ำเสมอค่ะ
จัดการสิวเสี้ยนอย่างอ่อนโยน ด้วยผลิตภัณฑ์ Pharmular โดยเภสัชกร
การจัดการกับสิวเสี้ยนต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความอ่อนโยนเป็นหลัก หากน้อง ๆ กำลังมองหาแนวทางในการกำจัดสิวเสี้ยนให้ผิวกลับมาเรียบเนียน พี่เภสัชขอแนะนำผลิตภัณฑ์ Pharmular ไว้เป็นตัวช่วยดูแลปัญหาสิวเสี้ยน โดยเฉพาะสิวเสี้ยนจมูกที่เห็นได้ชัด เพราะผลิตภัณฑ์ของเราถูกพัฒนาโดยเภสัชกรและผ่านการทดสอบจากแพทย์ผิวหนังมาแล้วว่าอ่อนโยนต่อผิวหน้า
สำหรับน้อง ๆ ที่ยังมีข้อสงสัยเรื่องสิวหรือการจัดการสิวเสี้ยน สามารถปรึกษากับพี่เภสัชได้ฟรี เพื่อให้พี่เภสัชช่วยดูแลผิวของน้อง ๆ ให้กลับมาใสปิ๊งและไม่ต้องกังวลเรื่องสิวเสี้ยนอีกต่อไป ติดต่อหรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่นี่ค่ะ
ช่องทางติดต่อสอบถามเภสัชกร
- Line : https://lin.ee/zel6CCE






